วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Verb to do


Verb to  do

Do  และ  Does  มีหลักการใช้คือ  ถ้าเป็นกริยาสำคัญหรือกริยา
แท้ในประโยคจะมีความหมายว่า  ทำ ต้องแยกใช้ไปตามประธาน
ของประโยคให้ถูก  เช่น   He  does  his  homework.
They  do  their  homework
.
เป็นกริยาช่วยในประโยคคำถามและปฏิเสธที่มีกริยาแท้อยู่แล้วในประโยค และประโยคนั้นไม่มี Verb to be
     (  is   am  are  ) .ในบริบทของประโยคเช่นนี้  do , does จะไม่มีความหมาย  เป็นเพียงตัวช่วย  เช่น
            He  does  not   have  any  sisters.
            We  do   not  buy  a  big  car.
       Remark : Verb  to  be  ไม่อยู่  เอา  Verb  to  do  เข้ามาช่วย
                        do  not  ใช้รูปย่อเป็น    don’t  / does  not    ใช้รูปย่อเป็น    doesn’t
                       
                 
แยกใช้ไปตามประธานของประโยคดังนี้
            1.  ประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่  3  (  He , She , It  ชื่อคนคนเดียว สัตว์ตัวเดียว และสิ่งของอันเดียว                 ที่ถูกกล่าวถึง ใช้ Does.
            2.  ประธานเป็นไม่ใช่เอกพจ  น์บุรุษที่  3  (  I , You  , We , They   ชื่อคนหลายคน  สัตว์หลายตัว                   สิ่งของหลายอย่างที่ถูกกล่าวถึง ใช้  Do

แยกใช้ตามตารางต่อไปนี้

I




do




it
You
We
They
Dang  and Dum
The  cats
Three  balls
He



does



it
She
It
Sam
A  dog
A man

 การใช้  Verb  to  do  ในประโยคปฏิเสธ
มีหลักการดังนี้
            1.  Verb to  do  เป็นเพียงกริยาช่วย  ( Helping  Verb ) ไม่ใช่กริยาแท้
            2.  กริยาแท้ของประโยคต้องใช้รูปเดิม  ( Base  form ) จะไม่มีการเติมหรือเปลี่ยนไปเป็นช่องใดทั้งสิ้น นะครับ
            ประโยคบอกเล่า          He  likes  cartoon.
            ประโยคปฏิเสธ            He  doesn’t  like  cartoon.
            ประโยคบอกเล่า          They  play  football.
            ประโยคปฏิเสธ            They  don’t  play  football.
 

การใช้  Verb  to  do  ในประโยคคำถาม  มีดังนี้
             1.  Yes / No  Questions
            1.  ใช้  Verb  to  do  วางหน้าประโยค  ตามด้วยประธานของประโยคและกริยาแท้ของประโยควางเรียง         ต่อมา  ตัวอย่างเช่น
กริยาแท้ใช้  Base  form  ( รูปเดิมที่ไม่ต้องเติมหรือผัน )
            ประโยคบอกเล่า          He  likes  cartoon.
            ประโยคคำถาม            Does  he  like  cartoon ?
            ประโยคบอกเล่า          They  play  football.
            ประโยคคำถาม            Do  they  play  football. ?
            2.  Wh. Questions
1.  ใช้  Verb  to  do  วางข้างหลัง Wh. และหน้าประธานของประโยค  ตามด้วย 
      กริยาแท้ของประโยควางเรียงต่อมา  ตัวอย่างเช่น
            ประโยคคำถาม            What  does   he  want  ?
            ประโยคคำตอบ           He  wants  a  pen.
            ประโยคคำถาม            When  do  you  have  lunch ?
            ประโยคคำตอบ           I  have  lunch  at  12.00.

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

บทอ่าน PRESENT SIMPLE TENSE ง่ายๆ


I am Tom

My name is Tom. I am 13 years old. I am a student. I come from Thailand. I live in Sisaket. Ilive with my parents.
ชื่อ ของฉัน คือ ทอม. ฉัน (คือ) อายุ 13 ปี. ฉัน เป็น นักเรียน. ฉัน มา จาก ประเทศไทย. ฉัน อาศัย ใน ศรีสะเกษ.  ฉัน อาศัย กับ พ่อแม่ ของฉัน.
I always get up at about six o’clock. I wash my face, take a bath and get dressed. I often havebreakfast with my family. We usually have breakfast at seven o’clock. We always eat rice, curry, omelet and fried egg in the morning. I never drink coffee. I usually drink a glass of milk after breakfast.
ฉัน ตื่นนอน เวลา ประมาณ 6 โมง เสมอ. ฉัน ล้าง หน้า ของฉัน อาบน้ำ และ แต่งตัว. ฉัน กิน อาหารเช้า กับ ครอบครัว ของฉัน บ่อยๆ. โดยปกติ พวกเรา กิน อาหารเช้า เวลา 7 โมง. พวกเรา กิน ข้าว แกง ไข่เจียว และไข่ดาว ใน ตอนเช้า เสมอ. ฉัน ไม่เคย ดื่ม กาแฟ. โดยปกติ ฉัน ดื่ม นม 1 แก้ว หลัง อาหารเช้า
I usually go to school on foot but sometimes I go by bike. My class starts at 8 o’clock. My favorite subjects are English, art, science and social studies. I do not like math. I eat lunch at the cafeteria. The food is cheap and clean. Rice and curry is only 10 baht. My class finishes at 4 o’clock but I do not go home. I play football with my friends after school.
โดยปกติ ฉัน ไป โรงเรียน โดยเท้า แต่ บางครั้ง ฉัน ไป โดย รถจักรยาน. โรงเรียน ของฉัน เริ่ม เวลา 8 โมง. วิชา ที่ชื่นชอบ ของฉัน คือ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และ สังคมศึกษา. ฉันไม่ ชอบ คณิตศาสตร์. ฉัน กิน อาหารเที่ยง ที่ โรงอาหาร. อาหาร (คือ) ราคาถูก และ สะอาด. ข้าวราดแกง (คือ) 10 บาท เท่านั้น. โรงเรียน ของฉัน เลิก เวลา 4 โมง แต่ ฉัน ไม่ กลับ บ้าน. ฉัน เล่น ฟุตบอล กับ เพื่อนๆ ของฉัน หลังเลิกเรียน
I often go home at 5 o’clock. I sometimes help my mom cleaning my house in the evening. Then I take a bath and have dinner. I usually do homework and read books after dinner but sometimes I watch TV. I always go to bed at nine thirty.
ฉัน กลับ บ้าน เวลา 5 โมง บ่อยๆ. บางครั้ง ฉัน ช่วย แม่ ของฉัน ทำความสะอาด บ้าน ของฉัน ใน ตอนเย็น. ต่อมา ฉัน อาบน้ำ และ กิน อาหารเย็น. โดยปกติ ฉัน ทำ การบ้าน และ อ่าน หนังสือ หลัง อาหารเย็น แต่ บางครั้ง ฉัน ดู ทีวี. ฉัน เข้านอน เวลา 9 โมง (3 ทุ่ม) เสมอ
 คำศัพท์
get up = ตื่นนอน
take a bath = อาบน้ำ
get dressed = แต่งตัว
have / eat = กิน
a glass of milk = 1 แก้ว ของ นม (นม 1 แก้ว)
on foot = โดยเท้า (เดินไป)
class = การเรียนการสอน (ในที่นี้ขอแปลว่าโรงเรียน)
Rice and curry = ข้าวราดแกง
after school = หลังเลิกเรียน (ไม่ใช่หลังโรงเรียน)
go to bed = เข้านอน (ไม่ใช่ไปเตียง)


วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สำนวนภาษาอังกฤษเก๋ๆ


"We may not always know the moment that love begins, but we always know when it ends."
เราไม่เคยรู้เลยว่าความรักเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่เราจะรู้ดีเสมอเมื่อมันสิ้นสุดลง

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รายงานตัวค่ะ ^^

บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนรายวิชา การประเมินและพัฒนานวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษ รหัสวิชา 155373   ผู้สอน ผศ. อรสิริ  วิมลธรรม ฝากกันไว้ด้วยนะค่ะ